Warning: You are using an outdated Browser, Please switch to a more modern browser such as Chrome, Firefox or Microsoft Edge.

New Normal: เมื่อระยะห่างเปลี่ยนรูปแบบใหม่ของการใช้ชีวิต

รูปแบบใหม่ของการใช้ชีวิต, new normal
รักษาระยะห่างทางสังคม, social distancing, new normal

ความแข็งแรงของการรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มต้นมาตั้งแต่การรณรงค์ รักษาระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing ที่องค์การอนามัยโลก (World Healthy organization - WHO) ได้ประกาศแนวทางให้ร่วมมือปฏิบัติกัน ตามมาพร้อมนโยบายล็อคดาวน์ด้วยการปิดสถานบริการบางแห่ง การปิดสถาบันการศึกษา การเปลี่ยนระบบการทำงาน การงดกิจกรรมเข้าสังคม ตลอดจนการออกคำสั่งเคอร์ฟิว แม้จะส่งผลดีในการแยกตัวแต่ก็ทำให้เกิดการปรับพฤติกรรมตามความหมาย Social Distancing ที่ผิดไปจนเกิดการแยกตัวทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพใจมากกว่าเดิม

เมื่อสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกจึงได้แนะแนวทางใหม่ให้เป็นการรักษาระยะห่างที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนคือ Physical Distancing หรือ การรักษาระยะห่างทางกายภาพ หลายประเทศจึงเข้มงวดต่อการรักษาระยะห่างในสถานที่ต่างๆ ที่ยังเปิดหรือจะเปิดให้บริการ เช่น รถสาธารณะ ธนาคาร ร้านกาแฟ ลิฟท์ ด้วยการกำหนดระยะห่างระหว่างกันที่ชัดเจนแต่ยังใช้ชีวิตในสังคมที่ไม่แยกตัวแต่เชื่อมโยงถึงกันและกัน ซึ่งนโยบายใหม่นี้มีส่วนช่วยลดปัญหาการติดเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้ออย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังสร้างแนวคิดและทัศนคติแห่งการใช้ชีวิตใหม่จนเกิด New Normal ในสังคม

New Normal ศัพท์คำนี้เกิดจากการอธิบายสภาวะเศรษฐกิจโลกหลังเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ระหว่างปี 2007-2009 โดยบิลล์ กรอสส์ - ผู้ก่อตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ชาวอเมริกัน ซึ่งกล่าวถึงเศรษฐกิจที่มีรูปแบบชัดเจนในวงจรเดิมๆ จนเมื่อเติบโตได้ระยะหนึ่ง และมีวิกฤตเข้ามา จากนั้นระบบก็จะมีการปรับตัว เปลี่ยนแปลง และปรับปรุงด้วยแนวทางต่างๆ ของทุกภาคส่วนจนทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งจนกลายเป็น "เรื่องปกติ" แต่จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเศรษฐกิจโลกกลับเติบโตแบบถดถอย New Normal ในขณะนั้นจึงกลายเป็นเครื่องหมายของการเติบโตแบบถอยหลังและคาดว่าจะไม่กลับสู่ภาวะเดิมอีก หลังจากนั้นคำนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายๆ วงการแม้กระทั่งในสถานการณ์โควิด-19 กับกระแส New Normal หรือความปกติใหม่ของวิถีชีวิต ในความหมายของสถานการณ์ที่เคยไม่ปกติ แต่อยู่มาวันหนึ่งเมื่อเกิดวิกฤตบางอย่าง สถานการณ์นั้นก็กลายเป็นเรื่องปกติ และล่าสุดในวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ราชบัณฑิตยสภาบัญญัติศัพท์และให้นิยามของคำว่า New Normal (นิวนอร์มัล) คือ ความปกติใหม่ หรือฐานชีวิตใหม่แล้วด้วย ซึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 และการรักษาระยะห่างทางกายภาพ ทำให้เราเห็นได้ชัดถึง "พฤติกรรม" ที่เปลี่ยนไป ผู้คนมีความใส่ใจในสขภาพตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้นจนเกิดเป็น "พฤติกรรมปกติใหม่" ที่จะส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของเราทุกคน

พฤติกรรมปกติใหม่, การรักษาระยะห่างทางกายภาพ, new normal

HEALTHY LIFE IS A NEW NORMAL
3 พฤติกรรมปกติใหม่ จากจุดเริ่มต้นของการรักษาระยะห่างทางกายภาพ


สุขภาพชีวิตที่ดี นอกจากสุขภาพกายดียังรวมไปถึงการเตรียมพร้อม การวางแผน ความมั่นคง การสร้างจุดแข็งในการรับมือให้กับตัวเองเพื่อป้องกันตัวเองจากโรคภัย รวมถึงการใช้ชีวิตที่ง่าย สบายและปลอดภัย ซึ่งการรักษาระยะห่างทางกายภาพได้สร้าง "พฤติกรรมปกติใหม่แห่งการใช้ชีวิต" ที่น่าจับตา

1. พฤติกรรมปกติใหม่ในสังคม: New normal of Social Behavior
หากว่ากันในระดับโลก สถานการณ์โควิด -19 และการรักษาระยะห่างทางกายภายใต้โคงสร้างสังคมใหม่ (Social Structure) ที่มีการใช้กฎระเบียบในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยร่วมกันด้วยกฎเดียวกันใต้แนวทางการปฏิบัติเดียวกัน เช่น การเดินทาง การขนส่ง ส่วนในระดับบุคคล แนวทางการรักษาระยะห่างได้สร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพที่เปลี่ยนไป เกิดทัศนคติใหม่ที่สุขภาพต้องมาเบอร์ 1 ส่งผลต่อพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันที่รู้จักระวังมากขึ้น ใส่ใจกันและกันมากขึ้น และการรักษาระยะห่างจะถูกปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นจุดเปลี่ยนแห่งมารยาททางสังคม

  • การต่อคิว - เมื่อเรารักษาระยะห่างทางกายภาพ ก็เริ่มมีการต่อคิวซื้อของที่เป็นระเบียบมากขึ้น โดยระยะที่เหมาะสมคือการรักษาระยะห่างต่อกันอย่างน้อย 2 เมตร หรือ 6 ฟุต ในต่างประเทศมีการสำรวจพฤติกรรมของประชาชน พบว่าหากจำเป็นต้องมีกิจกรรมพบปะหรือรวมตัว เช่น การจัดปิกนิก การประชุม ผู้คนเริ่มปรับตัวและรักษาระยะห่างแบบเก้าอี้เว้นเก้าอี้ หรือในการต่อแถวซื้อสินค้า หากทางร้านไม่มีเส้นกำหนดไว้ ประชาชนก็ปฏิบัติเองโดยไม่ต้องบอก รวมถึงการใช้ลิฟท์ จากที่เคยใช้งานแบบแออัดก็จะไม่เบียดเข้าไปหากคนเข้าอยู่แล้ว 4-5 คน พฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแค่กันตัวเองจากความเสี่ยงต่อโควิด-19 แต่ยังกลายเป็นมารยาทในการใช้ชีวิตในที่สาธารณะที่ให้เกียรติกันและกันด้วยการรักษาระยะระหว่างกันอีกด้วย
  • การไอจาม - หากเป็นแต่ก่อน เราคงเคยพบเห็นคนไอจามโดยไม่ปิดปาก แต่เมื่อทุกคนใส่หน้ากากนอกจากจะลดโอกาสติดหรือแพร่เชื้อ แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมการไอจามในกรณีที่ลืมหน้ากากหรือไม่มีหน้ากากมาใช้มือปิดปากในสถานการณ์นี้ด้วย
  • การสัมผัส - เราจะรู้สึกไม่อยากสัมผัสคนอื่นโดยไม่จำเป็น เราจะไม่สัมผัสหน้าตัวเองหากยังไม่ล้างมือ และเราจะล้างมือหรือทำความสะอาดด้วยเจลฆ่าเชื้อทันทีก่อนหรือหลังปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ไม่เพียงลดความเสี่ยงจากโควิด-19 แต่ยังลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อโรคหรือแพร่กระจายโรคด้วย 
  • การจัดระยะห่างในที่สาธารณะและที่ทำงาน - เริ่มมีการจัดการเพิ่มพื้นที่ว่างให้กันและกันมากขึ้น ซึ่งถูกปรับใช้ตามแนวคิด New Luxury ทั้งในส่วนของการออกแบบพื้นที่ที่เน้นความกว้างขวาง เช่น สถานที่ทำงาน ร้านอาหาร ที่พักรอศูนย์การค้า หรือสนามบิน โดยบริเวณ Co-working space หรือ Co-relaxing space จะมีพื้นที่ส่วนตัวแบบเป็นสัดส่วนระหว่างกัน รวมไปถึงส่วนของโอเปอเรชันที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการ การซื้อขาย หรือการติดต่อสื่อสาร เช่น หน้าจอสั่งอาหารแบบดิจิตอล ระบบการประชุมออนไลน์ เพื่อลดการสัมผัสและเพิ่มระยะห่างที่เหมาะสม
พฤติกรรมปกติใหม่ในสังคม, new normal

2. พฤติกรรมปกติใหม่ในการช้อป ใช้ และการตลาด: New normal of Marketing Behavior

สร้างนักช็อปมือโปร

หากข้อจำกัดการซื้อสินค้าเป็นเรื่องสถานที่ การช้อปออนไลน์ก็ตอบโจทย์สถานการณ์นี้ได้ลงตัว ไม่เพียงแต่ผู้ซื้อหันมาใช้บริการ e-Commerce มากขึ้น แต่พฤติกรรมการซื้อก็เริ่มเปลี่ยนไป ผู้ซื้อมีความเป็นมืออาชีพในการซื้อมากขึ้น มีการพิจารณาสินค้าอย่างละเอียด มีการรอจังหวะการซื้อ และเมื่อสินค้าบางอย่างหาซื้อสำเร็จรูปในออนไลน์ไม่ได้ ร้านค้าก็ไม่เปิด ผู้ซื้อเริ่มซื้อวัสดุหรือวัตถุดิบมาทำเอง เกิดเป็นนิยามใหม่ที่เคยมีการวิจัยถึงลักษณะของผู้บริโภคในอนาคตในแบบ PROSUMER ซึ่งมาจาก PROFESSIONAL + CONSUMER แม้จะไม่ใช่ศัพท์ใหม่ แต่เป็นพฤติกรรมที่เห็นมากขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิดนี้
- ผู้ซื้อเริ่มมองหาอุปกรณ์เพื่อมาผลิตสินค้าหรือบริการแบบทำเอง ใช้เอง ดัดแปลงเอง ตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบจนถึงการลงมือทำ
- ผู้ซื้อเริ่มคิดก่อนซื้อ ใช้ประโยชน์ของโปรโมชัน ส่วนลด การสะสมแต้มกันมากขึ้น
- ผู้ซื้อเริ่มสรรหาสินค้าที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น และจากแบรนด์ที่ส่งเสริมสุขภาพและสังคม
ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการก็ปรับปรุงบริการเพื่อเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่สะดวกขึ้นเพื่อตอบโจทย์นักช้อปมือโปร เช่น สถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการด้านการชำระเงินต่างๆ ที่พัฒนาระบบออนไลน์รวมถึงด้านความปลอดภัยในการชำระเงินและการขนส่งสินค้าที่สะดวกรวดเร็ว

สร้างนักการตลาดในธุรกิจแบบ Agile Business Model

นอกจากผู้ซื้อ เรายังได้พบกับผู้ขายหน้าใหม่ในโลกออนไลน์ พ่อค้าแม่ค้าบางคนผัวตัวจากอาชีพเดิมเนื่องต้องหยุดงานที่ทำกะทันหันหรือเพื่อหารายได้เสริมในสถานการณ์นี้ เริ่มมีการปรับตัวสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ที่เหมาะต่อการอยู่รอดในภาวะวิกฤตแบบที่เรียกว่าไม่ได้สร้างภาระเพิ่มจนเกินไปและเลือกจับธุรกิจที่สามารถปรับเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องลงทุนสูงหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง เช่น ธุรกิจคนกลาง ธุรกิจอาหารหรือขนม และผู้ขายเริ่มเรียนรู้การขายผ่านสื่อต่างๆ การหาวิธีโปรโมทสินค้ารูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ตายตัวเพื่อให้เกิดการซื้อ ณ เวลาขายได้มากขึ้น
ส่วนแบรนด์ใหญ่ที่ให้บริการด้านสินค้าอุปโภคบริโภคก็มีการพัฒนาการขายด้วยการใช้เทคโนโลยีมาช่วยส่งเสริมและกระตุ้นการซื้อที่มากขึ้น เช่น บริการลองเสื้อผ้าแบบ Virtual การทำเทคโนโลยีมาให้บริการ หรือการใช้ระบบ Cloud หรือ Sharing Platform มาช่วยส่งเสริมการผลิตและการทำการตลาด ฝั่งสถาบันสุขภาพ อาทิ โรงพยาบาลต่างๆ ก็หันมาให้บริการผ่านแอปพลิเคชันในการนัดหมายแพทย์หรือการคัดกรองโควิด-19 หรือรับคำแนะนำจากแพทย์เบื้องต้นผ่านบริการในรูปแบบ Telemedicine เพื่อลดการเดินทางไปสถานพยาบาล หรือบริการด้านการออกกำลังกาย ก็หันมาให้บริการสอนออกกำลังกายออนไลน์ เช่น โยคะ เวท แอโรบิคคลาส ซึ่งเป็นวิถีการให้บริการแบบปกติใหม่ที่จะมีผู้หันมาใช้บริการในรูปแบบนี้มากขึ้นเพราะมีส่วนช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในหลายๆ กรณี

3. พฤติกรรมปกติใหม่ในการใช้ชีวิต: New normal of Living Behavior

สร้างสุขภาพใหม่ที่เลือกได้ด้วยการทำอาหารทานเอง

เราอาจไม่ได้ใช้บริการ Food Delivery ในทุกๆ วัน การทำอาหารทานเองจึงเป็นพฤติกรรมปกติใหม่ที่หลายคนเริ่มเรียนรู้ เมื่อเก็บตัวอยู่บ้านก็มีเวลาสรรหาเมนูใหม่ๆ จากเชฟออนไลน์ หรือแม้กระทั่งการเลือกซื้ออุปกรณ์ประกอบอาหารที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เราได้มากขึ้น และเนื่องจากเราออกไปช้อปของสดได้ไม่บ่อย ทำให้เราเริ่มเรียนรู้การเลือกซื้อวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ สามารถเก็บไว้ได้นาน รวมไปถึงหลักการถนอมอาหารที่ถูกวิธีก่อนจะถึงวันช้อปครั้งต่อไป นอกจากงานครัวจะเป็นเรื่องของสาวๆ แล้ว ในช่วงโควิด-19 ยังมีสถิติรายงานว่ามีผู้ชายทำอาหารทานเองมากขึ้นด้วย

สร้างทัศนคติใหม่ในการใช้เงิน

จากสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกและจากการสนับสนุนของธนาคารกลางในการเพิ่มปริมาณเงินในเศรษฐกิจ หลายคนกลัวความเสี่ยงของภาวะเงินเฟ้อหรือต้มยำกุ้งหรือกังวลไปถึงสภาพเศรษฐกิจแบบ Great Depression เมื่อปี 1930 สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และความกังวลว่าหลังโควิด-19 ค่าเงินบาทยังมีมูลค่าเท่าเดิมหรือไม่ สำนักข่าวหลายแห่งเริ่มพูดถึง New normal แห่งการใช้จ่ายในเรื่องของ Central Bank Digital Currency ที่ใช้หน่วยเงินดิจิตอลแทนธนบัตร หลายคนเกิดการปรับตัวในการใช้จ่าย เริ่มจัดการบริหารเงินในการซื้อของมากขึ้น อีกทั้งระยะห่างทำให้เราเดินทางน้อยลง เราใช้เงินกับสิ่งไม่จำเป็นน้อยลง จากที่เคยซื้อเสื้อผ้าใหม่เดือนละหลายๆ ชุด ช่วงนี้อาจจะใส่ชุดอยู่บ้านทุกวัน เราประหยัดค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ทำให้เราตระหนักถึงการใช้จ่ายแต่ละอย่างมากขึ้นและเรียนรู้ว่าสิ่งไหนควรซื้อหรือไม่ควรซื้อ รวมไปถึงนโยบายภาครัญและภาคเอกชนที่สนับสนุนการลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน อาทิ ส่วนลดค่าไฟ การคืนมิเตอร์น้ำ หรือบริการขึ้นทางด่วนฟรีในวันหยุดราชการใน 3 เส้นทางพิเศษนานถึงปีพ.ศ. 2578 (ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ทางด่วนชั้นที่ 1, ทางพิเศษศรีรัช ทางด่วนชั้นที่ 2 และทางพิเศษอุดรรัถยา ปากเกร็ด-บางปะอิน)

สร้างความถนัดในการใช้เทคโนโลยี

เมื่อสถานการณ์บังคับทำให้การใช้ชีวิตประจำวันทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตมีส่วนสำคัญในชีวิต ประสบการณ์ในโลกดิจิตอลเข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันแทบทุกแง่มุม ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงล็อคดาวน์ทำให้เกิดการทำธุรกรรมและกิจกรรมต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น เทคโนโลยีถูกนำมาใช้จนเป็นเรื่องปกติใหม่ในชีวิตประจำวันตั้งแต่วัยเด็กกับการเรียนหนังสือออนไลน์ วัยทำงานกับประสบการณ์ซื้อของออนไลน์หรือประชุมออนไลน์ และวัยพ่อแม่ที่เริ่มสั่งอาหารออนไลน์ได้เอง รวมไปถึงการลงทะเบียนรับสิทธิต่างๆ ที่ฝึกได้โดยไม่รู้ตัว

ทั้งนี้มีรายงานวิเคราะห์ว่านิสัยหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปภายใต้สถานการณ์บังคับเช่นนี้ มีแนวโน้มว่าจะเป็นนิสัยติดตัวในการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนในระยะยาว

นอกจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจนเป็นวิถีปกติใหม่แห่งการใช้ชีวิต การรักษาระยะห่างทั้งในแบบ Social Distancing หรือ Physical Distancing ยังมีส่วนช่วยฟื้นฟูประเทศหรือธรรมชาติจากมลพิษที่เกิดจากมนุษย์หรือสารเคมีจากการทำงานอีกด้วย อย่างเช่น ปรากฏการณ์ในประเทศอินเดียที่เห็นได้ชัดในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19ครั้งนี้คือหลังการประกาศล็อคดาวน์ระยะหนึ่ง แม่น้ำคงคากลับมามีชีวิตชีวาและปริมาณมลพิษในน้ำลดลง รวมถึงการมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยด้วยตาเปล่าจากในตัวเมืองก็เป็นปรากฏการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นในรอบ 30 ปีหลังปัญหาฝุ่นควันและมลพิษจากการทำงานในเมืองลดลงจากสถานการณ์ล็อคดาวน์ หรือปรากฎการณ์วางไข่ของเต่าทะเลในรัฐโอชิดา ประเทศอินเดีย ซึ่งเต่าหญ้า Olive Ridley เป็นเต่าทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์ได้มาวางไข่นับหมื่นตัวเนื่องจากสภาพชายฝั่งกลายเป็นเขตปลอดภัยจากเรือท่องเที่ยวหรือการเดินทางในละแวกนั้น และล่าสุดในเมืองไทยเองก็พบปรากฏการณ์เดียวกันในภูเก็ตและพังงาที่มีเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่มากที่สุดในรอบ 20 ปี

รักษาระยะห่าง, new normal
ทั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์บ้านเราเริ่มดูผ่อนคลายลง เราเริ่มเห็นผู้ป่วยรักษาหาย อัตราคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นในจำนวนที่น้อยลงหรือในประเทศไทยเองที่แตะอัตราการติดเชื้อเพิ่ม 0 คนในวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 นับเป็นแนวโน้มที่ดี แต่การเก็บตัวอยู่บ้านในระยะเวลา 1-2 เดือนที่ผ่านมา อาจทำให้หลายคนรู้สึกอึดอัด อยากออกจากบ้าน อยากทำมาค้าขาย อยากเดินทาง อยากเจอผู้คน อีกทั้งร้านค้าและสถานบริการบางแห่งกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง บริษัทที่เคยให้พนักงานทำงานที่บ้านเริ่มจัดระบบการทำงานใหม่โดยให้เข้าทำงานแบบสลับทีม การรวมตัวกันในสังคมกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งเพื่อกระตุ้นสภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่การระบาดยังไม่จบ อีกซีกโลกยังมีจำนวนคนติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง บางประเทศที่ปลอดภัยแล้วอย่างประเทศจีนเริ่มพบจำนวนการติดเชื้ออีก แม้ว่ามาตรการในการดูแลจะเข้มงวด มีการควบคุมการใส่หน้ากากในชีวิตประจำวัน แต่ส่วนที่เกิดจากการสัมผัส ความใกล้ชิด ยังเป็นอีกสาเหตุหลักในการแพร่กระจายของเชื้อทำให้เราควรต้องเฝ้าระวังถึงคลื่นลูกที่สอง อย่าเพิ่งกลับมาใช้ชีวิตอย่างชะล่าใจ รักษาระยะห่างทางกายให้เป็น New Normal ในสังคมอย่างต่อเนื่อง เพราะความไม่ประสาทจะช่วยให้เราควบคุมสถานการณ์ได้ในระยะยาว
 
เป็นห่วงนะ

Allianz Ayudhya และ Healthy Living


อ้างอิง:
https://bit.ly/3cCw1Zg
https://bit.ly/2LwAL6w
https://bit.ly/361y8mC