Warning: You are using an outdated Browser, Please switch to a more modern browser such as Chrome, Firefox or Microsoft Edge.

พิษโควิด x ระบบเศรษฐกิจ

EP 1: คุณพัง เศรษฐกิจก็พัง
พิษโควิด, ระบบเศรษฐกิจ, โควิด-19

เราได้อะไรจากโควิด-19

เราสูญเสียมามากกับการแพร่ระบาดอย่างฉับพลันของโรคโควิด-19 จากการติดเชื้อสู่การแพร่ระบาด ไม่เพียงแต่ตัวเราที่เจอผลกระทบ แต่คนรอบข้างก็ได้รับผลกระทบนั้นไปด้วย จนเข้าสู่การแพร่ระบาดและลุกลามจนถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่การเรียนรู้ใหม่ๆ ที่มาพร้อมการระบาดของโรคทำให้เราได้เรียนรู้การใช้ชีวิตที่สุขภาพดีกว่าเดิม ซึ่งเราไม่พบความกะตือรือร้นเหล่านี้มากขนาดนี้ในสถานการณ์แพร่ระบาดของ MERS, SARS หรือ EBOLA อาจเป็นเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่หย่อนการควบคุมตั้งแต่ต้นจนเกิดลุกลามระบาดทั่วโลก ส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่  จนถึงกับมีบทวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงแพร่ระบาดระยะแรกๆ ไปถึงหนังดังอย่าง Contagious หรือลามไปถึงความน่าสะพรึงของซอมบี้ สิ่งเหล่านี้กระตุ้นสัญญาณการอยู่รอดของมนุษย์ กฎเกณฑ์ทุกอย่างด้านสาธารณสุขจึงถูกนำมาใช้แบบเป็นหนึ่งเดียวทั่วโลกเพื่อให้ชีวิตไปต่อได้แม้จะต้องยุติบทบาททางการค้าชั่วคราว โดยรู้ดีว่า Economy Pandemic คือผลกระทบที่ตามมาอย่างชัดเจน เคยมีคนกล่าวว่า "เงิน สุขภาพ ความสุข" หากเลือกได้จะเลือกอะไร มีคนไม่น้อยที่เลือกสุขภาพ เพราะเมื่อสุขภาพดี ก็มีแรงทำงานหาเงิน และได้ใช้ชีวิตและเวลาอย่างมีความสุข 

แล้วคุณล่ะ?
คุณพัง..เศรษฐกิจก็พัง

นี่อาจจะเป็นการพาดหัวข่าว Headline เดียว ที่บ่งบอกถึงสถานการณ์โลกในช่วง Covid-19 แพร่ระบาด ผลลัพธ์ที่เกิดจากความพังของการดูแลสุขภาพในระดับตัวเอง จนสู่การดูแลระดับสังคม เมื่อเราพัง การจำกัดขอบเขตในการใช้ชีวิตในสังคมจึงเกิดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ แม้จะมีการขอความร่วมมืองดทำกิจกรรมหมู่ งดการทำงานร่วมกัน การแบ่งเฟสจัดระดับการจัดการและควบคุมสถานการณ์ในสังคม แต่ระดับความเสียหายด้านสภาพคล่องทางการเงินก็ถูกลดบทบาทเป็นเส้นขนานแบบสวนทางกับการแพร่ระบาดจนแทบประเมินไม่ได้ จนเข้าสู่ "ภาวะเศรษฐกิจช็อค" ที่ไม่สามารถขยับตัวได้

  • Industry Shock: เมื่อต้องปิดประเทศเพื่อป้องกันการระบาด การขนส่งที่ต้องชะลอหรือหยุดการดำเนินงาน และการสนับสนุนให้ทำงานที่บ้านเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เกิดการลดจำนวนพนักงาน ลดเงินเดือน ลดสาขา เช่น ธุรกิจสายการบิน ธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม รวมถึงการปิดสถานบันเทิง ร้านอาหาร หลายธุรกิจก้าวสู่จุดที่ต้องปิดสาขาหรือปิดกิจการโดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย 
  • Demand Shock: เมื่อการเดินทางมีข้อจำกัด การเก็บตัวเพื่อลดความเสี่ยง รายจ่ายที่รอคิวโดยรายได้ลดลงหรือไม่มีเลย ทำให้เกิดภาวะ "หยุดการใช้จ่าย" เลือกซื้อแต่ของที่จำเป็น จนสินค้าบางประเภทล้นตลาด ในขณะที่สินค้าจำเป็น เช่น หน้ากาก ก็ขาดตลาดจากการผลิต เกิดภาวะสินค้าคงเหลือและสินค้าขาดแบบไม่สมดุล จากความต้องการที่สวนทางกับสินค้าที่มี 
  • SupplyShock: เมื่อการดำเนินการผลิตและขนส่งส่วนมากเป็นรูปแบบห่วงโซ่ธุรกิจ (Global Value Chains - GVCs) ซึ่งแหล่งผลิตและแหล่งซื้อขายเป็นระบบเครือข่ายกิจการกระจายทั่วโลก เมื่อเกิดผลกระทบในประเทศหนึ่ง การขนส่งขาดตอน การจัดการขาดช่วง จึงส่งผลกระทบต่อเนื่องแบบโดมิโนที่ปัจจุบันยังคงต้องการการแก้ปัญหาการผลิตและส่งออกซึ่งยังไ่ม่เห็นทางออกที่ชัดจน 
  • Financial Shock: เมื่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมขาดสภาพคล่องกระแสเงินสดจากการใช้จ่ายที่ลดลง อัตราการตกงานเพิ่มขึ้นทวีคูณเมื่อเจ้าของธุรกิจเองก็ไม่สามารถรับภาระทั้งหมดได้เพียงผู้เดียว ส่งผลต่อเนื่องถึงการบริหารธุรกิจต่างๆ แบบองค์รวมในช่วงความตกต่ำทางเศรษฐกิจในช่วงนี้  

นักเศรษฐศาสตร์หลายท่านวิเคราะห์สภาวะการฟื้นตัวหลังสถานกาณณ์โควิด-19 คลายตัวลงว่าจริงๆ แล้วน่าจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปีก่อนๆ หน้า เนื่องจากหลายๆ ประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้หลายประเทศอุดรอยรั่วทางการเงินก่อนจะเกิดสภาวะอย่างต้มยำกุ้ง และพยายามหาทุนอัดฉีดเม็ดเงิน โดยธนาคารโลก (World Bank Organization) เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักให้แก่สมาชิกร่วม 100 ประเทศ เพื่อการประคับประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นไปด้วยดี

แต่สถานการณ์ในระดับภูมิภาคและมหภาคในขณะนี้ก็ยังอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง จีนเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจ หลังปิดประเทศ พบตัวเลขส่งออกจากจีนตกลงถึง 17.2% โดย 4 ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในจีนคือกลุ่มปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า พลาสติก และกลุ่มผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก จนเมื่อสถานการณ์ฟื้นตัวเดือนเมษายนประชาชนจีนกลับมาทำงานอีกครั้ง แต่หลายคนที่กลับมากลับไม่มีงานเหลือให้ทำ 

แม้ว่าในหลายๆ ประเทศ รวมถึงประเทศไทยจะควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ค่อนข้างดี แต่อัตราการติดเชื้อโดยรวมในระดับโลกกลับเพิ่มขึ้นทุกวัน เชื้อที่ลุกลามไปคุกคามสภาพเศรษฐกิจแม้ว่าจะมีการปลดล็อคประเทศแล้วแต่ยังคงมีความผันผวนในขณะที่เรากำลังพยายามฟื้นตัว หัวข้อข่าวรายวันยังคงแสดงให้เห็นถึงปัญหาเศรษฐกิจที่น่าหนักใจเมื่อระลอกคลื่นยังไม่สงบ

น้ำมัน 

"ราคาน้ำมันดับถูกกดดันอีกครั้ง หลังตลาดกังวลความขัดแย้งครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐ-จีน" - 21 พ.ค. 63 / Thai oil group 

"สนพ. มองแนวโน้มราคาน้ำมันดับผันผวน แม้รับผลบวกคลายล็อคแต่จับตาขัดแย้งจีน-สหรัฐ" - 4 มิ.ย. 63 / ryt9.com

ตลาดหุ้น

"ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้นดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ กังวลการเมืองตปท. แต่ลุ้นคลายล็อกดาวน์ในปท.เฟส3" - 25 พ.ค. 63 / ryt9.com

ธนาคารโลก

"World Bank อนุมัตินโยบายเงินกู้ 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ สนับสนุนปากีสถานด้านระบบสาธารณสุข การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มเพศหญิง" - 25 พ.ค. 63 / New Indian Express

ปลดพนักงาน

"เพียง 8 สัปดาห์ มีชาวอเมริกันกว่า 39 ล้านคน ยื่นประกันคนว่างงาน อัตราคนตกงานสูงขึ้นถึง 14.7% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดตั้งแต่เหตุการณ์ Great Depression เมื่อปี 1930"  - 23 พ.ค. 63 / Business Insider

ธุรกิจรายย่อย

"กลุ่มธุรกิจรายย่อยกลัวการกลับมาเริ่มต้นธุรกิจอีกครั้ง พอๆ กับการปิดบริการในตอนนี้" - 4 พ.ค. 63 / CNBC.com

มีรายงานกล่าวถึงในเรื่องนี้ว่าธุรกิจขนาดย่อมในสหรัฐฯ มีราวๆ 5 ล้านราย 25 พ.ค. 63 / ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์อย่างมิสเตอร์โรเบิร์ต สก๊อต ผู้อำนวยการฝายวิจัยนโยบายด้านการค้าและการผลิตของสถาบัน Economic Policy Institute รัฐวอชิงตัน ได้ออกมาให้ความเห็นว่าการล่มสลายของภาคธุรกิจขนาดย่อยในสหรัฐฯ อาจจะมาถึงในไม่ช้า เช่นเดียวกับที่นักเศรษฐศาสตร์อีกหลายคนกล่าวถึงในทิศทางเดียวกัน

ซึมเศร้า-ฆ่าตัวตาย

"ฆ่าตัวตาย จ่อพุ่งสูงสุด 6 เดือนหลังวิกฤตโควิด" - 5 พ.ค. 63 / The Bangkok Insight 

สิ่งเหล่านี้คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นของความประมาทและความคาดไม่ถึง ทุกคนเห็นผลลัพธ์ว่าการติดเชื้อโควิดนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ผู้ติดเชื้อเพียงคน แต่ยังส่งผลต่อคนอื่น และลุกลามไปจนถึงสภาวะเศรษฐกิจที่คนไม่ติดเชื้อก็ได้รับผลกระทบกับมันไปด้วย จนเกิดปัญหาเรื่องความเครียด เกิดความรุนแรง และนำไปสู่การล้มละลาย หรือการฆ่าตัวตาย ขณะที่โรคร้านซัดเราจนยืนแทบไ่ม่ได้ เชื่อว่าหลายคนยังพร้อมสู้และอยู่อย่างมีความหวังของการเริ่มใหม่ เราได้เรียนรู้จักคำว่า "ไม่ประมาท" ตั้งแต่วันนั้น การใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมใหม่ในสังคมต่อไป

ส่องทฤษฎี THE SWEDISH WAY

หลายคนคงเคยได้ยินกระแสการจัดการระบบสาธารณูปโภคในสวีเดน ความโดดเด่นของการปรับพฤติกรรมของคนในประเทศนี้คือความสวนกระแสของความปกติใหม่ แบบไม่ล็อคดาวน์และไม่ปิดประเทศ หลายๆ คนบอกว่าเพราะประเทศนี้ใช้ชีวิตกันแบบมีระยะห่างมาแต่ไหนแต่ไร วิธีสร้างระยะห่างที่เรากำลังปรับใช้จึงไม่ทำให้วิถึชาวสวีเดนแตกต่างจากเดิม ซึ่งสังเกตง่ายๆ ได้ดังนี้ 

วิถีแห่งการเคารพกฎหมู่ - จากความเคารพในกฎเกณฑ์ทางสังคมซึ่งกันและกัน และความเชื่อมั่นในระบบตามวัฒนธรรมที่มีมายาวนานของชาวสวีเดนเอง

วิถีแห่งความเชื่อมั่น - มีบทวิจัยถึงความเชื่อมั่นของประเทศระหว่างรัฐบาลสวีเดนกับประชาชน และประชาชนด้วยกันเอง ทุกคนมีความรับผิดชอบร่วมกันทั้งต่อคนเองและต่อสังคมในความเชื่อมั่นที่ว่าจะทำตามวิถีที่ถูกต้องที่สุดและดีที่สุดต่อตัวเองและทุกคน ทำให้ประชาชนไม่หวาดระแวงและใช้วิถีเดิมอย่างระมัดระวัง และพร้อมทำตามกฎเกณฑ์แห่งระยะห่างในที่สาธารณะ

วิถีแห่งสมดุล - หลักการใช้ชีวิตตามปรัชญา LAGOM ใช้ชีวิตแบบสมดุล ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป ทำให้ช่วงเวลาที่ผ่านมา ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีระยะห่างโดยไม่มีการล็อคดาวน์ประเทศเหมือนที่อื่นๆ 

ในภาคเศรษฐกิจ รัฐเองก็ทำการอัดฉีดงบสนับสนุนเพื่อรักษาสมดุลอย่างต่อเนื่อง ทำให้แม้ว่าสวีเดนเป็นประเทศที่มียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่สภาวะเศรษฐกิจในประเทศไม่ได้ซวนเซมากนัก 

แม้ว่าอีกหลายๆ ประเทศ จะไม่ได้ใช้แผนจัดการแบบสวีเดนตั้งแต่ต้น แต่ทุกวันนี้การปรับตัวเพื่อการอยู่รอดอย่างปลอดภัย ด้วยแนวคิดที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมก็ถูกนำมาใช้จนกลายเป็นวิถีปกติใหม่ที่น่าจับตา ตั้งแต่การแพร่กระจายโรคจากคนสู่สังคม สู่สภาพเศรษฐกิจ การประครองสถานการณ์ให้กลับมาเหมือนเดิมได้ก็คือมนุษย์ผู้อยู่รอดนั่นเอง ทุกคนอยากกลับมาทำงานเหมือนเดิม ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องกังวลเหมือนเดิม โดยพร้อมจะปฏิบัติตัวในแบบที่เคารพกติกาแห่งความปลอดภัยจากโควิด-19 เหมือนเดิม โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ที่หลายๆ แห่งกลับมาเปิดกิจการ เราก็พบว่าเราสามารถอยู่ร่วมกันได้อีกครั้งภายใต้กฎเกณฑ์การใช้ชีวิตที่ต่างดูแลตัวเอง โดยไม่สร้างภาระให้ใคร จึงเหมือนภาพสะท้อนวิถึการใช้ชีวิตแบบ Swedish Model 

เป็นกำลังใจให้ทุกคนสู้ต่อเพื่อป้องกันระลอกใหม่ทวนกระแสกลับมา ความตระหนักมีอยู่ในตัวเราทุกคน สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เราป้องกันได้ อยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อให้ห่างไกลจากโรค และอยากให้ลองฟังเรื่องราวที่เราขอเรียกว่าเป็น "Unfortunate Stories เรื่องที่คนเคยติดเชื้ออยากบอก" เพราะนอกจากการดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อป้องกันตัวเองแล้ว เพื่อให้เราสู้ต่อไปด้วยกันที่นี่

เรื่องที่คนเคยติดเชื้อโควิดอยากบอก

#AllianzAyudhya #อลิอันซ์อยุธยา #ดูแลสุขภาพตัวเองเพื่อคนอื่น #AllianzForLife #StrongerTogether #HealthyLiving #Covid-19

อ้างอิง:

https://bit.ly/2MEDz24

https://cnb.cx/3h8vLE2

https://bit.ly/3dINoIl

https://bit.ly/2MHfDLm

https://bit.ly/2Yd7N1G

https://bit.ly/2BKsIl9